
ไม่รอดหลังวัด! สืบ สน.จักรวรรดิ รวบหนุ่มสมุทรปราการหนีหมายจับคดี "ละเมิดเครื่องหมายการค้า" ผงะตรวจระบบเจอหมายจับค้างเก่าเพิ่ม
- กลุ่มงานสืบสวน
- Read Time: 1 min
- Hits: 56
ไม่รอดหลังวัด! สืบ สน.จักรวรรดิ รวบหนุ่มสมุทรปราการหนีหมายจับคดี "ละเมิดเครื่องหมายการค้า" ผงะตรวจระบบเจอหมายจับค้างเก่าเพิ่ม
วันที่จับกุม: 10 เมษายน 2569 เวลาประมาณ: 15.40 น. สถานที่จับกุม: บริเวณทางออกหลังวัดจักรวรรดิ ถนนมหาจักร แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (ใกล้เคียงตลาดสำเพ็ง)
สน.จักรวรรดิ – (10 เม.ย. 69) ชุดสืบสวน สน.จักรวรรดิ รวบผู้ต้องหาหนีคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คาทางออกหลังวัดจักรวรรดิย่านสำเพ็ง ตะลึงซ้ำเมื่อขยายผลเช็กประวัติผ่านระบบคลังข้อมูลอาชญากรรม เจอหมายจับศาลอื่นติดตัวเพิ่มอีกคดี
การจับกุมในครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.จักรวรรดิ, พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ฝั้นมงคล รอง ผกก.สส.สน.จักรวรรดิ และ พ.ต.ท.อรรณพ ธัยยามาตร์ สว.สส.สน.จักรวรรดิ ได้สั่งการให้กองกำลังฝ่ายสืบสวน สน.จักรวรรดิ ชุดจับกุมนำโดย ร.ต.ย.สมพร พันวงศ์, ร.ต.ต.ปราโมทย์ สาลี, ด.ต.เทพเทวัน พรมจรรย์, จ.ส.ต.ธงชัย แก้วสมบูรณ์, จ.ส.ต.ราย สุใจ และ จ.ส.ต.อลงกรณ์ สุจันทร์ ร่วมกันลงพื้นที่วางแผนจับกุมผู้กระทำความผิด
โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายวิศรุต แสงสกุล อายุ 28 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่ 42/2567 ลงวันที่ 30 กันยายน 2567 ในข้อหาความผิดตาม “พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534”
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.จักรวรรดิ ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า นายวิศรุต ผู้ต้องหาหนีหมายจับในคดีละเมิดเครื่องหมายการค้า (สินค้าปลอมแปลงหรือลอกเลียนแบบ) ซึ่งเป็นหมายจับของศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่และปรากฏตัวอยู่บริเวณย่านตลาดสำเพ็ง แหล่งค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ เมื่อทราบข้อมูลแน่ชัด เจ้าหน้าที่จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบและกระจายกำลังซุ่มโปร่งสังเกตการณ์ในพิกัดดังกล่าวทันที
กระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบตัว นายวิศรุต กำลังเดินอยู่บริเวณทางออกหลังวัดจักรวรรดิ ถนนมหาจักร ซึ่งมีลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงตามภาพถ่ายและหมายจับอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าแสดงตัวพร้อมแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการ และขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันตัวตนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับของศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ให้ดู โดยนายวิศรุตยอมรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐานว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับในหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หลังจากควบคุมตัวมาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดผ่านระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบข้อมูลสำคัญระบุว่า นายวิศรุต ยังคงมีหมายจับติดตัวของศาลอื่นค้างเก่าอยู่อีกจำนวน 1 หมายจับ ส่งผลให้ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับรวมกันทั้งสิ้น 2 หมายจับ เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกการจับกุม ณ สน.จักรวรรดิ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ตามกฎหมายให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวนำส่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ตลอดจนประสานงานอายัดตัวเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานเจ้าของหมายจับที่เหลือรับตัวไปดำเนินคดีต่อไป