สน.จักรวรรดิ เปิดยุทธการกลางดึก บุกรวบหนุ่มวัย 38 ปี คาปากซอยตากสิน 13 หนีหมายจับศาลนนทบุรีคดี "เปิดบัญชีม้า-ฉ้อโกงประชาชน" ผงะเช็ก CRIMES เจอหมายจับค้างเก่าเพิ่ม

Print
กลุ่มงานสืบสวน
Hits: 6

สน.จักรวรรดิ เปิดยุทธการกลางดึก บุกรวบหนุ่มวัย 38 ปี คาปากซอยตากสิน 13 หนีหมายจับศาลนนทบุรีคดี "เปิดบัญชีม้า-ฉ้อโกงประชาชน" ผงะเช็ก CRIMES เจอหมายจับค้างเก่าเพิ่ม

Dates & Times:

สถานที่จับกุม: บริเวณปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 13 แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

สน.จักรวรรดิ – (18 มิ.ย. 69)
ปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกลางดึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.จักรวรรดิ สนธิกำลังฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม กางหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี บุกรวบผู้ต้องหาชายวัย 38 ปี คาปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 13 หลังรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงฉ้อโกงประชาชน ตะลึงขยายผลตรวจระบบคลังข้อมูล CRIMES พบมีหมายจับค้างเก่าศาลอื่นติดตัวเพิ่มอีกคดี

การจับกุมในครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.จักรวรรดิ, พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ฝั้นมงคล รอง ผกก.สส.สน.จักรวรรดิ และ พ.ต.ท.อรรณพ ธัยยามาตร์ สว.สส.สน.จักรวรรดิ ได้บูรณาการกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่สายตรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม รุดเดินทางเข้าตรวจสอบ

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมประกอบด้วย:

ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายบุญนิสา เล็กรูจี อายุ 38 ปี มีภูมิลำเนาอยู่แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 864/2569 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ในสถานความผิดข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสสำคัญจากสายลับว่า นายบุญนิสา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับในคดีเปิดบัญชีม้าทุจริตหลอกลวงภัยไซเบอร์รายนี้ กำลังจะเดินทางมาปรากฏตัวและขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 13 แขวงสำเหร่ เมื่อรับทราบรายงานข้อมูล เจ้าหน้าที่จึงรุดเดินทางข้ามเขตไปตรวจสอบพิกัดพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งวางกำลังกระจายซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์รอบบริเวณในเวลากลางดึก

กระทั่งตามวันเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจพบ นายบุญนิสา กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 13 ซึ่งมีลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้สัญญาณเรียกตรวจพร้อมแสดงตัวและแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการ จากนั้นได้นำหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีแสดงให้ผู้ถูกจับตรวจดูอย่างละเอียด ซึ่งนายบุญนิสายอมรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐานว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับในหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องหาเดินทางมาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดผ่านระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบข้อมูลสำคัญระบุว่า นายบุญนิสา ยังคงมีหมายจับติดตัวของศาลอื่นค้างเก่าอยูู่อีกจำนวน 1 หมายจับ ส่งผลให้ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับรวมกันทั้งสิ้น 2 หมายจับ เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกการจับกุม ณ สน.จักรวรรดิ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ตามกฎหมายให้ทราบ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของสำนวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนอายัดตัวเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานเจ้าของหมายจับที่เหลือรับตัวไปดำเนินคดีต่อไป

c1179e4e-af46-42c6-bc89-16cc23b40cd4_0-1.jpg s__27738121_0_0-1.jpg s__27738122_0_0-1.jpg

หมายจับ